Who cares?

บ่อยครั้งที่เพื่อนใหม่ถามว่าทำไมถึงใช้ชื่อ

พิจิตรชล

เป็นคนพิจิตรหรือเปล่า หรือว่า ชลบุรี

คำตอบที่ตอบไปเสมอและเป็นคำตอบที่ทำให้คิดถึงตัวตนของตัวเองทุกครั้ง คือ

จังหวัดที่เกิดเป็นจุดตั้งต้นของการคิดจะใช้นามปากกาเวลาเขียนหนังสือ

แต่ความหมายที่ตามมา คือ

ตัวตนของผู้เขียนเอง

ชล แปลว่า สายน้ำ พิจิตร คือ ความสวยงาม

......................................................

มีคนเคยบอกเราเหมือนเม่น้ำ ดังนั้น เราจึงอยากสวยงามดั่งแม่น้ำ

แม้ว่าถึงทุกวันนี้ เราไม่รู้ว่าเราเป็นสายน้ำที่สวยงามได้แล้วหรือยัง แต่เราค้นพบพัฒนาการของตัวเอง

ในเรื่องของอารมณ์ ทัศนคติ เหตุผล การมองโลก...ด้วยว่า...

ก่อนนี้เรานิ่งเรียบเหมือนผิวเบื้องบนของสายน้ำ แต่หากภายในจิตใจเราเชี่ยวกราก พร้อมจะกัดกร่อน

กระแทกกระทั้น หรือถั่งโถมสิ่งทั้งปวงที่ขวาง เพราะว่าเราถูกหล่อหลอมด้วยสังคมและผู้คนเพียงด้านเดียว

ด้านที่อยู่ข้างเรา ด้านที่เห็นด้วยกับเรา ด้านที่เราคิดว่าเป็นฝ่ายเราแล้วเราวิ่งเข้าหา

แต่ว่ากาลเวลา พาเรามาถึงจุดหนึ่งที่ค้นพบว่า โลกนี้ไม่ได้มีเพียงด้านที่เราอยู่ แต่เรามีโลกทุกด้านให้ค้นพบ

โลกสอนให้เราเรียนรู้ว่าการอยู่กับผู้คน เราต้องดำดิ่งกับใจตัวเอง แล้วเย็นลง

โลกสอนให้เรารู้ว่าการเป็นแม่น้ำ ที่จะคงความสวยงามนั้น ต้อง "รับ" และ "ให้" อะไรบ้าง

โลกสอนให้เรารู้ว่าการพบเจอใครๆ ทำให้ใจของเราสมดุลขึ้น

ไม่เชี่ยวกราก หากก็ไม่อ่อนไหวจนเกินไป .........

เราชอบ และอยากบอกใครๆ ว่า...มีคนบอกว่าเราเหมือนแม่น้ำ

แม้วันนี้เรายังไม่สวยงามอย่างที่หวัง แต่เราก็ไม่ได้มีความอ้างว้างจนเกินไปที่จะไม่ให้ใครพิงพัก

และแม่น้ำก็ไม่ได้แคบเกินไปจนไม่อาจให้ใครฝันและจินตนาการถึง

..................................

 

 


Blog Entryแต่นี้จนตลอดกาล...Jun 9, '08 10:44 AM
for everyone

เช้านี้มี sms ส่งข่าวร้าย ว่าสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สิ้นพระชนม์แล้ว

น้ำตาไหลหน้าจอโทรทัศน์ตอนดูข่าว

นอกจากสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระกรณียกิจต่างๆ มากมายแล้ว

ยังเป็นความผูกพันเล็กๆ ที่บังเอิญเกิดวันเดียวกันกับท่าน

เป็นความผูกพันเล็กๆ ที่ได้รับเสด็จท่านหลายครั้งที่ทำงาน

แม้จะเป็นความเศร้าในยามเช้า แต่ก็ขอให้พระองค์หลับสบาย อย่าทุกข์ด้วยโรคร้ายอีกเลย

และขอให้ในหลวงอย่าเสียพระทัยมาก .....

แม้พวกเราเสียใจไม่เท่าท่าน

แม้พระองค์ท่านจะสูญเสียกำลังใจจากพระเจ้าพี่นางฯ แล้ว

แต่พวกเรายังเป็นกำลังใจให้พระองค์ท่านอยู่เสมอ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด....


ถ้าพวกเราร่วมลงนามถวายพระพรกันเยอะๆ ต้นไม้ก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ อ่ะ

วิธีการก็คือ

1. คลิกที่กระถางต้นไม้ ตรงคำว่า ลงนามถวายพระพร

2. จะเข้าสู่หน้าเว็บ http://www.youdumv.com/event/king80/

3. คลิกที่คำว่า ลงนามถวายพระพร

4. เราก็ถวายพระพร

5. สุขใจ :)

 


ฉันมาเปิดบ้านมัลติพลายเมื่อหลายเดือนก่อน โดยไม่คิดอะไร นอกจากเล่นอินเตอร์เน็ตไปวันๆ

 

ไม่คิดจะผูกพันกับใคร ไม่คิดจะรักใคร

ไม่คิดจะไม่ชอบใคร...ในนี้

 

แต่ช่วงเวลาที่ผ่าน มัลติพลายทำให้ฉันเรียนรู้ว่า ในโลกใบนี้ เมล็ดของมิตรภาพที่สมบูรณ์มีมากมาย พร้อมที่งอกงามและเติบโต

 

ทุกวันนี้ ฉันเดินไปบ้านกลุ่มนึง ถ้อยคำในเกสต์บุ้คมีแต่เรื่องดีๆ ฉันได้ยินเสียงของมิตรภาพผลิดอก

ฉันได้ยินเสียงของความจริงใจ สะท้อนก้องในโสตความรู้สึก จนฉันอดไม่ได้ที่จะไปร่วมวงมิตรภาพนั้น และวันนี้ ฉันก็มีความสุขกับมันเหลือเกิน

 

แต่อีกกลุ่มหนึ่ง ฉันได้ยินเสียงของความเจ็บปวด จากเพื่อนที่รวมกลุ่มจากมัลติพลาย

ได้พบกัน คุยกัน เล่นกัน ...วันนี้ เค้าต้องจากกันด้วยความรวดร้าวเสียแล้ว

ฉันได้แต่รับรู้ และภาวนาให้สิ่งที่บั่นทอนพวกเค้านั้น คือความเข้าใจผิด

ฉันรู้ว่าพวกเค้าเจ็บปวด ฉันรู้ว่าพวกเขาเสียน้ำตา แต่ฉัน....

ก็อยากให้พวกเขายังอยู่กับพวกเราที่นี่ และมีความสนุก สดใสในโลกใบนี้

เพราะฉันเชื่อว่า โลกมัลติพลาย ให้อะไรมากกว่าที่เราสัมผัส

 

โลกมัลติพลาย แม้อาจทำให้บางคน บางครั้ง สับสน ร้าวรอน

โลกมัลติพลาย แม้ทำให้หลายคน หลายครั้งเบื่อหน่ายกับการเล่น

แต่โลกใบนี้มีความสุขและมิตรภาพในสัดส่วนมากกว่านั้น

โลกใบนี้ มีความรักอยู่ทุกอณูที่คุณสามารถรับรู้ได้

โลก Multiply ใบนี้ คือ โลกที่ทำให้ฉันต้องคิดว่า อย่างน้อยโลกต้องมีสองด้านเสมอ

..คุณ...จะเลือกอยู่ด้านไหน ?

 

 


เรากับเพื่อนชวนกันไปดูหนังดีๆ ซักเรื่องเป็นการส่งท้ายช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันก่อนที่เค้าจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ ได้ชื่อหนังมา 1 เรื่องในรอบฉายที่สามารถขับรถจากลำปางไปถึงเชียงใหม่ได้ทัน "Lonely Hearts" โดยไม่รู้เลยว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ก่อนได้ชมจึงมีความกระวนกระวายเล็กน้อยว่าหนังจะดีหรือเปล่า เพราะนับคนในโรงมีประมาณสิบซึ่งรวมพวกเราด้วยแล้ว

หนังเปิดด้วยผู้หญิงคนนึงกำลังทำเค้กเพื่อฉลองวันครบรอบแต่งงาน ทำเสร็จเธอนำเค้กไปวางบนโต๊ะอาหาร จัดให้มีจาน ส้อมมีด สำหรับทานเพียง 1 ที่ แต่อีกที่สิ่งที่วางแทนจานคือแฟ้มประวัติอาชญากรรมต่างๆ ที่สามีนักสืบของเธอทำงาน จากนั้นเธอถอดแหวนแต่งงานวางบนแฟ้ม แล้วเดินขึ้นไปบนห้องนอน-เพื่อยิงตัวตาย

สามีของเธอ-จอห์น ทราโวลตา รับบท เป็นนักสืบที่เก่งกาจ ทำงานทุ่มเทถวายหัวทุกคดีด้วยเพราะคิดเพียงว่าหากเหยื่อฆาตรกรรมนั้นเป็นญาติเล่า เราต้องทำคดีเพื่อหาคนร้ายมาลงโทษให้สาสม

คดีในหนังเกี่ยวกับชายหญิงคู่หนึ่งร่วมกันหากินบนความเหงาของสาวม่าย หรือสาวทึกทึกที่ร่ำรวย หลอกให้หลงรักแล้วช่วงชิงทรัพย์สินเงินทอง แต่บางคนชะตาถึงฆาตต้องมาจบชีวิตเพราะฝีมือของคนคู่นี้ ถูกชายหญิงฆ่าบ้าง หรือฆ่าตัวตายเพราะตั้งครรภ์กับผู้ชายที่หนีหายไปจากชีวิตบ้าง โดยที่จอห์นและเพื่อนนักสืบไล่ล่าฆาตกรคู่นี้ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง

แต่ Lonely Hearts ไม่เพียงมุ่งบอกถึงความอ้างว้างของหัวใจสาวๆ ที่ตกเป็นเหยื่อเท่านั้น แต่โยงถึงผู้ที่เกี่ยวพันกับชีวิตส่วนตัวของจอห์น ผู้เป็นนักสืบด้วย

จอห์นเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่แสดงความรู้สึกของตัวเอง แม้กระทั่ง ภรรยาตาย-ยังไม่ร้องไห้ รักลูกชาย-แต่ไม่แสดงออก มีความสัมพันธ์กับสาวในที่ทำงาน-แต่ไม่กล้าเปิดเผย โทนของหนังจึงเต็มไปด้วยหัวใจที่อ้างว้างของแต่ละคน

Climax ตอนท้ายเรื่องจึงเกิดจากตะกอนความเหงาอันหนักหน่วงของใจแต่ละดวงมาสุมทุมกัน จอห์นรู้ว่าลูกชายอยากจะร้องไห้ในวันที่แม่ตาย แต่ลูกชายไม่ร้อง เพราะเค้ารอจอห์นผู้เป็นพ่อร้องไห้ก่อน หญิงสาวที่เข้ามาในชีวิตเดินมาบอกจอห์นในเย็นวันที่จอห์นจะต้องออกไปทำงานด่วน ว่า ฉันจะย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว หากคุณอยากให้ชั้นอยู่ พูดว่าให้อยู่สิ....หนังทำเอาคนดูลุ้นอยู่นานกับนิสัยสงวนคำพูดของเขา ก่อนจะผ่อนคลายลงด้วยคำพูดของเค้าว่า "Don't go"

การจบของหนังเหมือนหนังฮอลลีวู้ดทั่วไป ในที่สุดฆาตกรถูกประหารชีวิต จอห์น ลูกชาย และภรรยาใหม่ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่หนังไม่เฉลยตรงๆ ว่าทำไมภรรยาคนแรกของจอห์นถึงฆ่าตัวตาย

แต่ lonely heart ก็คือ lonely heart

เราจึงเดินออกมาจากโรงหนัง ด้วยความอิ่มและหนักไปด้วยความเหงาของใจหลายๆ ดวง

- lonely heart ของภรรยาคนแรกของจอห์น ฆ่าตัวตายเพราะการทุ่มเทให้กับงานของสามีจนไม่มีเวลาให้ แม้กระทั่งวันครบรอบแต่งงาน

- lonely heart ของลูกชายคือ เค้าอยากจะกอดพ่อ แต่พ่อไม่เคยแม้จะพูดดีด้วย

- lonely heart ของภรรยาคนที่สองคือ การแอบคบกันกับจอห์น โดยที่จอห์นไม่กล้าเปิดเผยเพราะกลัวลูกชายไม่เข้าใจ

- lonely heart ของฆาตกรผู้หญิงที่หลงรักฆาตกรผู้ชายจนหมดใจ การกลัวว่าผู้ชายจะไปปันใจให้หญิงสาวอื่นจึงเป็นที่มาของการฆาตรกรรม

- lonely heart ของจอห์น ท่ามกลางคนรอบข้าง เพราะเค้าไม่พูด หรือแสดงออกถึงความรู้สึกว่ารักใครเลย

lonely heart ของคนอย่างเราเอง แม้ไม่หนักหน่วงเหมือนในหนัง แต่ก็พยายามบอกกับตัวเราเองว่า ถึงจะทำงานมากเพียงใด อย่าละเลยที่จะบอกความคิดถึง หรือแสดงความรักกับคนที่ผูกพันด้วย

เค้าอาจเหงาอยู่ข้างหลังเรามานานแล้ว........

 


Blog EntrySeptember Blue คืออะไรSep 3, '07 9:46 PM
for everyone

เพลง September Blue เป็นเพลงที่คิดเอามาไว้เป็นเพลงประจำบ้านนี้ ตั้งแต่แรกๆ

ถึงแม้จะเป็นเพลงที่ฟังแล้วเศร้า เหงา รู้สึกเวิ้งว้าง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ประทับใจกับเพลงนี้

ด้วยเพราะชื่อเพลงที่พ้องกับชะตาชีวิตต่างหาก

ช่วงสิบปีมานี้ สังเกตได้ว่า เดือนตุลาคมเป็นช่วงที่ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง

แต่ก่อนที่จะถึงเดือนตุลาคม...กันยายน เป็นเดือนแห่งความวุ่นวาย สับสน ทุกข์

เค้าลางบางอย่างมักจะเริ่มก่อในเดือนกันยายนทุกปี

จนเพื่อนสนิทบางคน มักจะเปรยขึ้นมาเวลาเราไปปรับทุกข์แล้วเค้าไม่สามารถจะเอ่ยวาจาใดได้

นอกจากคำคำหนึ่งให้เราฉุกใจ ว่า..

"ก็นี่มันเดือนอะไร เดือนกันยายน ไม่ใช่เหรอ"

แม้คำถามนั้น ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่ก็ช่วยให้เรามีสติว่า นี่คือชะตาชีวิต ที่มีคนกำหนดมาแล้ว

คุณมักจะมีปัญหา แต่คุณก็ผ่านมันไปได้ทุกครั้ง

ขอให้คุณตั้งสติที่รอคอย และรับกับสิ่งที่เกิดจะดีกว่า

.........................................

September ถึงแม้จะ always blue แต่ก็คงมีจะครั้งหนึ่งที่จะเป็น Blue Sky บ้างล่ะน่า


Blog Entryตาสว่าง...Aug 1, '07 8:45 AM
for everyone

เคยลุ่มหลงกับสิ่งใด หรือใครซักคน มาชั่วชีวิต...มั๊ย?

เคยรู้สึกมั๊ย...

......เจ็บปวด ชิงชัง เคียดแค้น ในวันที่เรารู้ความจริงว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด

สิ่งที่ลุ่มหลง กลายเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง

สิ่งที่รักใคร่ กลายเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา

เคยตาบอด..มาตลอดเวลา

แต่เดี๋ยวนี้.... ตาสว่างแล้ว


Blog Entryเหนื่อย..Jun 10, '07 5:38 AM
for everyone

ทำงานหนักติดต่อกันมาหลายวันแล้ว

วันเสาร์จัดงานใหญ่ เหนื่อยไม่พอ เจอคนตะคอกใส่หน้า น้ำตาแทบไหล..

วันอาทิตย์ฝืนตัวเองมานั่งหน้าคอมพ์ ปั่นเอกสารการประชุมที่จะมีในอาทิตย์หน้า ไม่มีแรง

เหมือนจะฟุบ แต่กลั้นหายใจไว้

เหมือนตัวจะร้อน แต่บอกตัวเองตอนนี้ต้องไม่เป็นอะไร

เหมือนจะทำงานไม่ทัน แต่ทุกอย่างมันต้องเสร็จ

วันอังคารจะเดินทางลงกรุงเทพฯแล้ว แต่วันจันทร์ยังต้องขับรถไปธุระที่เชียงใหม่อีก

เหนื่อยจริงๆ


หลังจากเปิดเว็บ multiply ก็กะว่าอีกนานกว่าจะเขียนอะไรลงใน blog อย่างเร็วก็คงเขียนตอนไปอยู่ออสเตรเลีย แก้คิดถึงบ้าน

แต่พอมาวันสองวันนี้ หลังจากมานั่งประจำที่เดิมในที่ทำงาน อะไรก็ประเดประดังมาเต็มไปหมด ทั้งงานรูทีน และไม่ใช่ บวกกับจะต้องเคลียร์อะไรๆ ก่อนลงกรุงเทพฯ ครั้งหน้า กับต้องจัดการเรื่องไปออสเตรเลีย ไปแบงก์ ไปขอวีซ่า ไปตรวจร่างกาย เหมือนสมองต้องคิดจัดการกับงานและเวลาตลอดเวลา 2 วัน จนรู้สึกเหมือนจะ...อ๊วก

ใครจะไปเข้าใจเราเล่า ที่พูดมาทั้งหมดก็เพราะเราเอง งานที่ยุ่งก็เพราะตำแหน่งที่ค้ำคอ มันเลยทำให้ต้องยุ่ง ที่ต้องจัดการอะไรไปออสเตรเลีย ก็ดันไปขอทุนมาเอง แถมยัง....จ๊อบงานวิจัยที่ต้องปิดให้ได้ก่อนไปอีก....คิดตอนนี้เหมือนจะไม่ไหว....

อยู่เหนือแท้ๆ แต่ไม่ได้ออกไปชมโลกสีเขียวของป่าและใบไม้เลย

:(


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Template design Copyright © 2005 Remi Prevost Some rights reserved.